คือ Advanced Options ใน Suno AI
มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1. Exclude styles
ใช้เพื่อ: บอก AI ว่า ไม่ต้องการ สไตล์ไหนบ้าง
ตัวอย่าง: หากไม่อยากได้เสียง rock ใส่ "rock, heavy metal, punk"
ประโยชน์: ป้องกันไม่ให้เพลงออกมาแนวที่ไม่ต้องการ
2. Weirdness (50%)
ความแปลก/ทดลอง ของเพลง
0% = เพลงปกติ มาตรฐาน ปลอดภัย
50% = เพลงมีความแปลกใหม่ปานกลาง
100% = เพลงแปลกมาก ทดลอง อาจแปลกเกินไป
3. Style Influence (50%)
ความแรง ของ style tags ที่ใส่
0% = AI เพิกเฉยต่อ style tags เกือบหมด
50% = AI ใช้ style tags ปานกลาง
100% = AI ทำตาม style tags อย่างเคร่งครัด
(ในคลิปก่อนผมสอนเรื่อง Meta tags แล้วนะครับ ตัวนี้แหละที่บังคับให้มันทำตาม ทำเยอะก็เพ้อ อย่างว่า 55)
คำแนะนำ:
เพลงธรรมดา: Weirdness 0-30%, Style Influence 70-100%
เพลงทดลอง: Weirdness 60-80%, Style Influence 30-50%
เพลงแนว indie แปลกๆ: Weirdness 40-60%, Style Influence 60-80%
สำหรับเพลงท่องเที่ยว แนะนำ:
Weirdness: 20-30% (ไม่แปลกเกินไป)
Style Influence: 70-80% (ให้ตาม style ที่กำหนด)
ที่มา
Johnstocker
มารู้จักเทคนิคการใส่ลูกเล่นเสียงใน Suno Ai
ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทยใช้สระเพื่อลาก
ภาษาอังกฤษ ใช้สระหรือ - เพื่อลากเสียงได้ครับ
ไม่ใช้เทคนิค: เสียงร้องเรียบๆ จืดชืด
ใช้เทคนิค: เสียงร้องมีอารมณ์ มีไฮไลท์ ติดหูมากขึ้น
ระดับความแรง
รักเธอ (ปกติ)
รักเธอ! (เน้น)
รักเธอ!! (แรง)
รักเธอ!!! (แรงมาก)
การเปลี่ยนอารมณ์
รักเธอ... (เศร้า/คิดถึง)
รักเธอ~ (หวาน)
รักเธอ!! (มั่นใจ)
-----------
Verse (ปกติ)
เดินไปคนเดียว
ไม่รู้จะไปไหน
Pre-Chorus (เริ่มเน้น)
แต่ใจยังหวังง
ว่าเธอจะกลับมา!
Chorus (เน้นเต็มที่)
รักกกเธอ... ตลอดไป!
ไม่เคยเปลี่ยนใจ!!
หัวใจจจจ... มีแต่เธอ!!!
-----------
Do's 
- ใช้ในคอรัส/จุดไคลแมกซ์
- เลือกคำสำคัญมาเน้น
- ผสม meta tags เข้าไปด้วย : [powerful] รากกกเธอ!
Don'ts 
- ห้ามใช้ทุกคำ
- ห้ามใช้เครื่องหมายมากเกินไป (!!!!!)
- ห้ามขยายสระคำที่ไม่สำคัญ
เท่าที่ผมลองแล้วก็มีผลในระดับใช้ได้ แต่ไม่ต้องใช้พร่ำเพรื่อ วิเคราะห์เพลงก่อนว่าควรจะใส่ท่อนใหนพิเศษ เพราะปกติ มันก็คิดให้เองแล้ว แต่เผื่อเราอยากให้อินในเพลงนั้นมากขึ้น ก็ต้องเน้นคำ เน้น mood&tone ของเพลง จะทำให้เพลงสมบูรณ์ยิ่งขึ้นคับ

